วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

  สิทธิผู้บริโภค
             ผุ้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ 2522  แก้ไข่เพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ 2541 ให้ความหมายไว้ว่าหมายถึง ผู้ซื้อ ผุ้ได้รับบริการผู้ประกอบธุรกิจ  หรือผู้ได้รับการเสนอหรือชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ซื้อสิ้นค้าหรือบริการ  และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้ีับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้มิได้เสียค่าตอบแทนก้อตาม
              ผู้บริโภคคือพระราชา     เป็นคำกล่าวที่ให้วามสำคัญแก่ผู้บริโภค  เพราะผู้ประกอบธุรกิจจะอยูได้ก้ต้องอาศัยผู้บริโภค แต่ในสังคมปัจจุบันผู้บริโภคมักจะถูกเอาเปรียบด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพราะอย่างยิ่งจากการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่ขาดคุณธรรมและความรับผิดชอบ

              ในอดีตคนไทยไม่ค่อยเห้นความสำคัญในเรื่องการใช้สิทธิผู้บริโภค จึงถูกเอารัดเอาเปรียบทั้งในด้านคุณภาพและราคา และมักไม่สนใจที่จะรักสิทธิของตนเองให้มากขึ้น อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ๋ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิต่างๆ ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและไม่รู้วิธีการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ถูกต้องตลอดจนขาดข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ถูกต้อง ตลอดจนขาดข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสิ้อค้าและบริการ รวมทั้งผู้บริโภคยังคงมีลักษณะไม่สนใจที่จะเอาเรื่องกับผู้ประกอบธุรกิจที่เอารัดเอาเปรียบ ยังมีลักษณะต่างคนต่างอยู่ ไม่มีการรวมตัวกันเพื่อสร้างอำนาจในการต่อรองเพื่อรักษ่าสิทธิประโยขน์ของตน
                                   สิทธิ   5   ประการของผู้บริโภค
               พระราชบัญญัติผู้บริโภค  พ.ศ. 2522 และแก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2541 ได้บัญญัติให้ความคุ้มครองผู้บริโภคไว้ 5 ประการ ดังนี้
               1).  สิทธิที่จะได้รับข่าวสารทั้งคำพรรณาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกันสินค้าหรือบริการ    ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเป็นจริงปราศจากพิษภัยและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอ
               2).  สิทธิที่มีอิสระในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ  ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะเลือกซื้อสินหรือบริการตามความสมัคใจ ปราศจากการชักจูงที่ไม่เป็นธรรม   
               3).  สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ  ผู้บริโภคมรสิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการปลอดภัย  มีภาพและคุณภาพมาตฐาน  ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินหากใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าและบริการนั้น
              4).  สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมจากการทำสัญญา  ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ

              5).  สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย  ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดใช้ค่าเสียหายเมื่อถูกระเมิดสิทธิจากข้อ 1 , 2 , 3 และ 4 ดังกล่าว
                           ความหมายของคำกำจัดความกำจัดสิทธิผู้บริโภค
               ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค  พ.ศ  2522  มีความหมายของคำกำจัดความบางคำที่หน้าสนใจดังนี้
              ซื้อ   หมายความรวมถึง  เช่า  เช่าซื้อ  หรือได้ไม่ว่าด้วยประการใดๆ โดยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น
               ขาย  หมายถึงให้เช่า  ให้เช่าซื้อ หรือให้ไปไม่ว่าด้วยประการใดๆ โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์ออื่นๆ
              สินค้า   หมายถึง  สิ่งของที่มีผลิตหรือมีไว้เพื่อขาย
              บริการ  หมายถึง  การรับจัดทำงาน การให้สิทธิใดๆหรือการให้ใช้หรือให้ประโยชน์ทรัพย์หือกิจการใดๆโดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อื่นๆ แต่ไม่รวมถึงการจ้างแรงงานตามกฎหมายแรงงาน
                ผลิต  หมายถึง  ทำ  ผสม  ปรุง  ประกอบ  ประดิษฐืและหมายความถึงการเปลี่ยนรูป การดัดแปลง  การคัดเลือก  หรือการแบ่งบันจุ

                ผู้ประกอบธุรกิจ  หมายถึง  ผู้ขาย  ผู็ผลิตเพื่อขาย  ผู้สั่ง  หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย หรือผู้ซื้อเพื่อขายต่อในสินค้าหรือผู้ให้บริการและหมายความรวมถึงผู้ประกอบกิจการโฆษณาด้วย
                                      แนวทางการป้องกันสิทธิและผู้บริโภค
              คณะกรรมการ  หมายถึง  คณะกรรมการคุ้มคลองผู้บริโภค

                    ในปัจจุบัจธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณท์สุขภาพ  ได้แก่  อาหาร  ยา  เครื่องสำอาง  เครื่องมือแพทย์และวัตถุมีพิษใช้ในบ้านเรือน มีการเติบโตและแข่งขันทางการตลาดสูงทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้กลยุทธ์ต่างๆเพื่อแย้งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด  เช่น  การโฆษณาจูงใจผู้บริโภคผู้ประกอบการที่มีจริยธรรมในการประกอบธุรกิจต่ำ  เห็นแก่ประโยคส่วนตน  มุ่งแสวงหาผลกำไไรเป็นสำคัญ  อาจใช้กลยุทธิ์บางประการที่เอารัดเอาเปรียบเพื่อน  เช่น  ใช้วัตถุดิบที่ไม่มีมาตฐาน  มีการปลอมปลนสินค้า  ใช้กลยุทธิ์ในการโฆษณาอวดอ้างเกินจริง  ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการคุ้มตรองผู้บริโภค  เพื่อป้องกัน  ควบคุม  ดูแลไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจระเมิดสิทธฺผู้บริโภค  การดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคดังกล่าว  มีหลายระดับตั้งแต่การปกป้องสิทธิของผู้บริโภคด้วยตนเอง  การปกป้องสิทธิผู้บริโภคโดยหน่อยงานภาคลัดภาคเอกชน  และประชาคมผู้บริโภค  ดังตัวอย่างต่อไปนี้
การปกป้องสิทธิผู้บริโภคด้วยตัวเอง

                           บุคคลที่มีความสำคัญมากที่สุดในการปกป้องสิทธิผู้บริโภคคือ ตัวผู้บริโภคเอง ผู้บริโภคควรมีแนวทางการปฎิบัติตนเพิ่อมิให้ตนถูกเอารักเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ ได้รับสินค้าและบริการที่ไม่เป็นธรรมและไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยปฎิบัติดังนี้
                  1. สนใจศึกษาหาความรู้และข้อเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่จะบริโภค เช่น การอ่านฉลากสินค้าก่อนบริโภค
                  2. หมั่นติดตามความก้าวหน้าของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการบริโภค
                  3. สอบถามข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าและบริการที่ต้องการจากหลายร้าน จากผู้รู้หรือคนที่รู้จัก
                  4. ก่อนซื้อควรเปรียบเทียบดูประโยชน์ ปริมาณและราคา
                  5. มีการวางแผนในการซื้อสินค้าและบริการ ซื้อสินค้าและบริการด้วยความปนะหยัดคำนึงถึงประโยชน์ที่ได้รับเป็นสำคัญไม่ควรซื้อสินค้าเพราะเห็นแก่ของแถมหรือลดราคา
                  6. รู้จักใช้สินค้าและบริการทดแทนเมื่อสินค้าและบริการนั้นมีราคาแพง
                  7. ตรวจสอบใบเสร็จทุกครั้งเมื่อจ่ายเงินเพื่อความถูกต้องทั้งปริมาณ จำนวนสินค้าและราคาและเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคไว้เพื่อใช้ประกอบการร้องเรียนหาดได้รับอันตรายหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้สิค้าและบริการ
                  8. ไม่ควรซื้อหรือใช้บริการจากผู้ประกอบกิจการที่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค


                  9. อย่าเพิกเฉยหรือนิ่งเงียบเมื่อถูกเอารัดเอาเปรียบ ควรร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและควรบอกต่อให้ผู้อื่นได้ทราบ เพื่อที่จะได้ไม่เป็นเหยื่อรายต่อไป

วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

      การคุ้มครองผู้บริโภคโดยรัฐ
                   
              การดำเนินงานของรัฐเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทยนั้นมีหลายองค์กรที่รับผิดชอบ ซึ้งแต่ละองค์กรก็มีกรอบการดำเนินงานเฉพาะตามกกหมาย ระเบียบและแนวทางปฎิบัติที่แตกต่างกันไป องค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินงานเกี่ยวการคุ้มครองผู้บริโภคหลายหน่วยงาน เช่น
                    1. สำนักงานคณะกรรมอาหรการคุ้มครองผุ้บริโภค สำนักนายรัฐมนตรี  อาคารบี5
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนเจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 โทร 0-2143-0391-3 โทรสาร 0-2143-9768
                    
                   2. สำนักงานคณะกรรทการอาหารและบา กระทรวงสาธารณสุข โทร 0-2590-7154,0-2591-8447  ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
                    
                   3. สำนักงานมาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โทร 0-2202-3428-9, 0-2202-3431 โทรสาร 0-2248-7981 ถนนพระราม 6 เขตราชาเทวี กรุงเทพ 10400
                    
                   4.กองชั่งตวงวัด กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์  โทร 0-2622-0585-6 0-2622-0535
                    
                   5. กรมการค้าภายใน กระทวรงพาณิชย์ โทร. 0-2222-4953. เขตพระนคร กรุงเทพ 10200

                   
                   6. คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจะจังหวัด  ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ
การคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณสุขภาพ
            ในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ หน่วยงานหลักที่สำคัญคือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข โดยการกำกับดูแลการผลิต การจำหน่ายการนำเข้า และการโฆษณาผลิตภัรฑ์อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุเสพติด และ วัตถุอันตรายให้ได้มาตราฐานเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากการใช้และการบริโภคในปัจจุบันข้อมูลบ่าวสารจากการโฆษณาจะมีผลต่อการรับรู้ผู้บริโภค รวมถึงฟฤติกรรมในการผู้บริโภคค่อนข้างสูง โดยกฎหใายเกี่ยวกับการผลิตภัณฑ์สุขภาพ คือ
พระราชบัญญัติยา พ.ศ . 2510
พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ 2522
พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ 2535
พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ 2535
พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ 2535
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ 2518
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ 2522
พระราชกำหนดป้องกันเสพติดให้โทด พ.ศ 2533